Crossing The Line Vol.2
posted on 16 May 2008 11:20 by crossingthelineตอนนี้เป็นเวลา 19 นาฬิกาในย่านชินจูกุซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมแหล่งบันเทิงที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แสงไฟหลากสีส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดในยามราตีบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าชายแห่งรัตติกาลถูกปลุกขึ้นจากห้วงแห่งนิทราแล้ว
ผู้คนหลากหลายเดินสวนกันขวักไขว่ บางคนเร่งรีบเพื่อให้ไปถึงในเวลานัดหมาย บางคนเดินทอดน่องไปเรื่ยๆ เนื่องจากต้องการฆ่าเวลาในช่วงเวลาหัวค่ำคนส่วนใหญ่มักใช้ไปกับการพักผ่อน ทว่าก็ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่กำลังจะเริ่มงาน
บริเวณทางเข้าด้านหลังของคลับ ‘Amethyst’ ได้ปรากฎร่างหนึ่งซึ่งไม่เหมาะสมที่จะอยู่ตรงนี้เลย บุรุษหนุ่มผู้มีมีกรอบร่างที่สมส่วนไม่บอบบางจนกลายเป็นผู้หญิงและไม่บึกบึนมากจนเกินไป ทั้งยังดูเหมาะสมกับสูทสีขาวที่สมใส่เป็นที่สุด เมื่อขึ้นมามองที่ใบหน้าก็ยังไม่สามารถหาตำนิได้ เรือนผมสีทองที่ตัดสั้นยาวถึงท้ายทอย แผงขนตายาวงอนที่ทาบทับอยู่บนดวงตากลมโตสีไวโอเล็คช่างงดงามหาที่เปรียบมิได้ จมูกก็โด่งเป็นสัน คิ้วเชิดขึ้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงจะดื้อดึงอยู่ไม่ใช่น้อย ส่วนริมฝีปากก็เป็นกระจับทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเป็นผู้ชายคนนี้ล้วนสมบูรณ์แบบราวกับถูกสรรสร้างจากมือนักปัตติมากรรมในสมัยเรอเนอร์ซองค์
นิ้วเรียวยกขึ้นหยิบบุหรี่ออกจากปาก ควันสีขาวลอยขึ้นสูงอากาศไม่นานนักบุหรี่ก็ถูกปล่อยให้ล่วงลงสู่พื้น ร่างเพรียวคิดจะหยิบบุหรี่มมวนที่สอง แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“คุณเฟอร์ดินันครับ มีแขกมาหา”เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกสติสัมปะชัญญะที่เหม่อลอยให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
‘เฮ่อ...ได้เวลาทำงานแล้วสินะ’ชายหนุ่มคิดในใจแล้วจึงจัดเทคไทและเสื้อสุทให้เรียบร้อย ก่อนเวลางานตนจะทำตัวยังไงก็ได้เสเพลขนาดไหน เหลวแหลกขนาดไหนก็ไม่มีใครว่าแต่เมื่อถึงเวลางาน เขาจะต้องเป็นโฮสต์อันดับหนึ่งของชินจูกุชายผู้สมบูรณ์แบบที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา
เสียงฝีเท้าดังขึ้นช้าๆ ก่อนจะหยุดลงหน้าโซฟาชุดใหญ่
“นี่แกเองเหรอ?”ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสถึงกับสะดุดลงเมื่อสายตาปะทะกับร่างที่ไม่ทันคาดคิด
“แล้วนายคิดว่าใคร?” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น
บุรุษหนุ่มผู้นี้ก็นับว่ามีรูปหน้าและหน้าตาที่หล่อเหลาไม่แพ้กัน โคลงหน้าที่มองแล้วแทบลืมหายใจ จมูกโด่ง ริมฝีปากโค้งงอลงราวกับไม่เคยแย้มยิ้มอย่างแจ่มใส แต่อวัยวะที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ดวงตาซึ่งเป็นสีทองแปลกตาทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกคล้ายกับลูกแก้วที่ไม่มีประกายใดๆ แฝงอยู่เลย รูปร่างของเขาก็สูงโปร่ง ช่วงแผ่นอกก็มองดูแล้วบึกบึนสมชายชาตรี
“มันก็จริง เช้าขนาดนี้คงมีแต่นายคนเดียวเท่านั้นล่ะ”ร่างเพรียวทรุดตัวลงนั่งข้างชายหนุ่ม มือเรียวหยิบกล่องบุหนี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วจึงหยิบบุหนี่ด้านในเอามาคีบไว้
“นี่ ไม่คิดจะทำหน้าที่หน่อยหรือไง?”น้ำเสียงนุ่มกล่าวพลางมองใบหน้าที่เย็นชา
“นายจุดบุหรี่เองไม่เป็นหรือไง?”อีกฝ่ายพูดขึ้นขณะหยิบเหล้าขึ้นมาจิบ
“อืม...ตอนที่นายมาอยู่ญี่ปุ่นแรกๆ ใครที่เป็นคนให้ที่พัก ใครหนอเป็นคนที่ช่วยให้นาย...”
“หยุดเลย! นี่ นายจะทวงบุญคุณกับไอ้เรื่องแค่นี้เนี้ยนะ!?”
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่เคยถูกขัดใจนี่นา”
“นายนี่มัน....! เป็นโฮสต์อันดับหนึ่งได้ยังไงฟะ!”มือแกร่งหยิบไฟแช็คสีเงินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจุดบุหรี่ให้ฝ่ายตรงข้าม
“อ้อ! จริงสิเรื่องนั้นน่ะ” ดวงตาคู่สวยจ้องมองที่นาฬิกาคาร์เทียของตน
“ฉันนั่งกับนายมา 15 นาทีแล้ว ค่าตัวฉันคิดชั่วโมงละ 30,000 เยนเท่ากับว่านายต้องจ่ายฉัน 7,500 เยนของเป็นเงินสดนะครับ คุณครูโทนี่ผู้ยากจน”เฟอร์ดินันยิ้มมุมปากทำท่าทางที่ยียววนที่สุดเท่าที่ใบหน้าสมบูรณ์แบบพอจะทำได้
“นี่แก!”เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานดังขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้
“ฉันละชอบนิสัยแบบนี้จริงๆ”นิ้วเรียวยกบุหรี่ขึ้นจรดที่ริมฝีปากแล้วสูดควันเข้าเต็มปอด
“ว่าแต่วันนี้มาหาฉันทำไมเหรอ...หรือว่า...”มืออีกข้างยกขึ้นลูบไล้ไปตามแก้ม
“รู้สึกเปลี่ยวเลยอยากให้ฉันเป็นคู่ด้วย บอกไว้ก่อนนะว่าฉันแพงมาก”ครูหนุ่มมีสีหน้าที่ตื่นตระหนกตรงข้ามกับโฮสต์หนุ่มที่แทบจะกลั่นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“น่ารักจังเลย โทนี่”บุหร่ถูกยกขึ้นอีกครั้ง สีหน้าที่เคยแจ่มใสเริ่มแปลเปลี่ยนไป
“หรือว่าเรื่องแฟนของนาย?”น้ำเสียงนุ่มฟังดูจริงจัง โทนี่ไม่ได้ตอบคำถามนี้มีเพียงแก้วเหล้าเท่านั้นที่ถุกยกขึ้นจิบอีกครั้ง
“เอาเถอะ นายจะนั่งจมทุกข์อยู่อย่างนี้ทั้งคืนก็ตามใจ ถ้าไม่มีแขกฉันจะนั่งอยู่กับนายทั้งคืนก็ยังได้” ฝ่ามือเรียวตบลงบนแผ่นหลังกว้าง เฟอร์ดินันพูดไปอย่างนั้นละเพราะรู้ว่าไม่มีคืนไหนที่ไม่ถูกเรียกตัวและคืนนี้ก็เช่นกัน บริกรเดินขึ้นมายืนอยู่ข้างโซฟาก่อนจะโค้งตัวลงต่ำขออนุญาตเขาเข้ามากระซิบข้อความบางอย่างที่ข้างหู ตอนนี้เองที่ร่างเพรียวมีสีหน้าที่เคร่งขลึมแต่ก็เพียงแว่บเดียวเท่านั้น
“ฉันต้องขอตัวนะ พอดีมีแขกวี ไอ พี มานะ”โฮสต์หันไปพูดกับเพื่อนสนิท มือเรียวขยี้บุหรี่ลงบนที่เขี่ยก่อนจะลุกขึ้นทุกท่วงทางแฝงไปด้วยความสง่างาม
“คืนนี้ฉันเลี้ยง ถ้านายเมาเมื่อไหร่ก็นอนมันตรงนี้ละแล้วฉันจะพาไปส่ง”นี่เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ร่างสมส่วนจะจากไป
จะมีใครเดาได้ว่าบุรุษสองคนนี้จะเป็นเพื่อนสนิทที่สามมารถพดคุยกันได้ทุกเรื่องทั้งที่ชายคนหนึ่งเป็นโฮสต์ผู้โด่งดังที่อยู่ท่ามกลางแสงสีในย่านใจกลางเมือง ส่วนอีกคนประกอบอาชีพครูสอนคณิตศาสต์ทำงานอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง เป็นความสัมพันธ์ที่ประหลาดดีแท้
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
ร่างสง่างามสาวเท้าเป็นระยะเท่าๆ กัน เวลานี้รอยยิ้มขี้เล่นได้จางหายไปหลงหลือไว้แต่ใบหน้าที่คมคาย เปี่ยมไปด้วยเสนห์เหมาะสมกับตำแหน่งโอสต์อันดับหนึ่งทุกประการ เมื่อเดินจนถึงประตูห้องหนึ่งมือเรียกก็ยกขึ้นเคาะเพื่อขออนุญาตหลังจากที่ก้าวเข้าไปในห้องเขาก็โค้งให้กับสุภาพสตรีที่นั่งอยู่บนโซฟา ดวงตากลมโตเหลือบมองมาเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน โฮสต์หนุ่มนั่งลงเคียงข้างกับหญิงสาวก่อนจะยกมือขาวขึ้นมาจุมพิศ
“สวัสดีครับ คุณนะโอะ”
XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
~To Be Continue In Crossing The Line Vol.3~